โครงการภาคการเรียนการสอนรุ่นที่ 14 มีอยู่ สองรายการ คือ
รุ่นที่ 14 (ภาคพิเศษ) ได้เปิดไปแล้ว เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา โดยไปเปิดที่ บริษัท ไทยมาสเตอร์แพค จำกัด เลขที่ 94/2 หมู่ที่ 8, ซอยสุขสวัสดิ์ 72 ถนนสุขสวัสดิ์, ตำบลบางครุ, อำเภอพระประแดง, จังหวัดสมุทรปราการ และรุ่นที่ 14 (ภาคปกติ) จะเปิดสอนที่ ศูนย์ปฎิบัติธรรม (วัดใหม่) สาธุประดิษฐ์ ยานนาวา กรุงเทพฯ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2552
โครงการส่งเสริมการเรียนการสอนเยาวชนไต ได้ดำเนินการโครงการเกี่ยวกับการ ส่งเสริมการเรียน การ สอนเยาวชนไต และแรงงานข้ามชาติมา ตั้งแต่ 2544 เป็นต้นมา ปัจจุบันเป็นโครงการภายใต้ร่มมูลนิธิ พระธรรมแสง
ตารางเรียนสำหรับภาคปกติ รุ่นที่ 14
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2552 ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 เริ่มเปิดเรียน
วันที่ 31 มีนาคม 2553 ปิดภาคเรียน
ระยะเวลาโครงการ 21 วัน (5 สัปดาห์) เรียนทุกวันอาทิตย์
ตารางวิชาที่เปิดเรียน
ภาษาไต(ไทใหญ่) เวลา 11.00 น. -12.30 น.
ภาษาไทย เวลา 13.00 น. -15.00 น.
คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต เวลา 13.00 น. -15.00 น.
ภาษาอังกฤษ เวลา 15.00 น. -17.00 น.
สนใจติดต่อ –
083-567-9722, 089-796-6106, 0850428215, 089-4941736, 081-823-0864
www.shanyouth.co.cc, www.taiculture.org, http://shanyouthnetwork.ning.com/
Email: shanyouthnetwork@gmail.com
รัฐฉานและ ชาวฉาน เป็นชนชาติที่มีภาษาและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน แต่องค์ความรู้ด้านฉานศึกษา ยังมีความจำกัดและไม่แพร่หลาย  ประชากรส่วนใหญ่ของฉานอาศัยอยู่ในรัฐฉาน ประเทศพม่า ทางภาคเหนือของประเทศไทยและทางใต้ของประเทศจีน นอกจากนี้ยังมีชุมชนฉานอยู่ตามส่วนอื่นๆ ของโลก            ในระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคม 2552 นี้ ณ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์ จะจัดการประชุมนานาชาติ เรื่อง ฉานศึกษาเพื่อเป็นเวทีในการนำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านฉานศึกษาของนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ โดยเผยแพร่ออกสู่สาธารณชนที่สนใจ  รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในประเทศไทยกับนานาชาติ           หัวข้อการประชุมจะเกี่ยวกับ ชุมชนฉาน ชาวฉานในประเทศไทย ความเชื่อและศาสนา การเมืองการปกครองและการบริหารจัดการรัฐฉาน  ศิลปะ/ ตำนานและโบราณคดี วรรณกรรมและดนตรี สถาปัตยกรรมและพระราชวัง ปัญญาและความรู้พื้นบ้าน เป็นต้น โดยจะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงนิทรรศการในการประชุมด้วย อาทิ การแสดงฟ้อนรำโต ฟ้อนลาย ฟ้อนรำหมู่หญิง  เต้นรำปั่นกลอง  นิทรรศการอาหารพื้นบ้าน ยาสมุนไพร ชุดและเครื่องแต่งกายประจำชาติ  ประเพณี 12 เดือน ดนตรีและเพลง เป็นต้น.            สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มุ่งหวังให้การประชุมด้านฉานศึกษาครั้งนี้ นำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ด้าน ฉานศึกษา ในแวดวงวิชาการอย่างกว้างขวางและรอบด้าน รวมทั้งส่งต่อองค์ความรู้สู่สังคม เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกันของชนชาติที่หลากหลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน www.ias.chula.ac.th or www.chula.ac.th หรือสอบถามที่เบอร์โทรศัพท์ 02-218-7464, 02-251-5199 ----------------

သဵင်ဝၢၼ်ၽဵင်းၵႂၢမ်းတႆး

ဢဵၼ်းဢၢၼ်းႁႂ်ႈၽူႈပႃးၸႂ်ၼႂ်းသဵင်ၽဵင်းၵႂၢမ်းတႆး လႆႈထွမ်ငိၼ်းၽဵင်းၵႂၢမ်းတႆးေသ ဢမ်ႇၵႃးပုၼ်ႈတႃႇ မၢင်ေၵႃႉ ၸူိဝ်းဢၼ်ပႆႇလႅၼ်ႇေၶႃႈၵႂၢမ်းတႆးေသၶႂ်ႈလဵပ်ႈႁဵၼ်းေၶႃႈၵႂၢမ်းတႆးပႃးေၵႃႈ ႁႂ်ႈလႆႈၼႆ ႄလႈၸင်ႇ လႆႈသၢင်းၶိုၼ်ႈမႃးၶႃႈယဝ့်။

 

Tai Tuek Tawng U ไตยังจำได้อยู่

posted on 08 Jun 2009 18:30 by taimusic  in MusicCorner

Tai Tuek Tawng U ไตตึ้กตองอยู่ (ไตยังจำได้อยู่) 

Tai still remember  Nang Sara

ขับร้อง  นางซาร่า

เนื้อร้อง  น.พ.จายคำเล็ก

tsem moe moeng tai tuek pen thoen luek loeng

tsem moe loi sung ta koun tam pai han nyaa

tsem moe an nam khong phaue pai khaam

tai tuek tawng u --aoe ----

[tsem moe nang lin tuek mee ta phu tsew phaew

phaue ta theng lai lawng tai tan awn taang

tai tuek tawng u tai tuek tawng u

an pen maa --- aww----

tai tuek tawng u --- aoe ----]

lup pu naai hao yen pen phun moet yao

hoe hse loet khao het nam taa pen naa

ao hsai tsaue hse het tsoe phuk kaa tai tuek tawng u – aoe—

[tsem moe nang lin tuek meet a phu tsew phaew

phaue ta theng lai lawng tai tan awn taang

tai tuek tawng u tai tuek tawng u

an pen maa  ---aw----

tai tuek tawng u --- aoe ----]

lup pu naai hao yen pen phun moet yao

hoe hse loet khao het nam taa pen naa

ao hsai tsaue hse het tsoe phuk kaa tai tuek tawng u – aoe—

[tsem moe nang lin tuek meet a phu tsew phaew

phaue ta theng lai lawng tai tan awn taang

tai tuek tawng u tai tuek tawng u

an pen maa  ---aw----

tai tuek tawng u --- aoe ----]

paak am tong kaw puen nai am tawn haai

laap hse kawng hse yip maa tsuep paan yao paan

taw thueng taw lew mue tuek men yam tai tuek tawng u -- aoe

[tsem moe nang lin tuek meet a phu tsew phaew

phaue ta theng lai lawng tai tan awn taang

tai tuek tawng u tai tuek tawng u

an pen maa  ---aw----

tai tuek tawng u --- aoe ----]

 

 

ชาวไต หรือไทใหญ่ ซาน หรือฉาน ในพม่าเป็นสาขาหนึ่งของกลุ่มชาติพันธุ์ไท ชาวไทใหญ่ เชื่อกันว่าตนเคยมีอาณาจักรของตนเองในมณฑลยูนาน และได้ขยายอาณาเขต ไปยังเขตพม่าตอนบนและ อัสสัม ต่อมายังมีเมืองขึ้นอีกหลายแห่งทางตอนใต้และตอนเหนือของรัฐไทใหญ่ (รัฐฉาน) รัฐกะฉิ่น และเขตสะไกง์(สะแกง) ในพม่าตอนบน

เมืองขึ้นเหล่านี้อยู่ภายใต้ การปกครอง ของกษัตริย์แห่งเมืองมาว ชาวไทใหญ่ได้เริ่มปกครองเขตพม่าตอนบนเกือบทั้งหมดในเวลาต่อมา ยุคของชาวไทใหญ่ในประวัติศาสตร์พม่าเริ่มต้นจากปี ค.ศ. 1300 ไปสิ้นสุดปี ค.ศ. 1540

ก่อนอาณาจักรเมืองมาว อาณาจักรน่านเจ้าก็เป็นยุคหนึ่งที่เคยยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ของชาวไทใหญ่ หลังจากน่านเจ้าถูก "กุบไลข่าน" ยึดได้ พระเจ้าพีโลโกะแห่งน่านเจ้าได้หลบจากเงื่อมมือของมองโกลและไปสถาปนาอาณาจักรเมืองมาวที่เจ้ล้าน (ปัจจุบันเมืองเจ้ล้าน ตั้งอยู่ เขตพม่าติดกับพรมแดนพม่า-จีน) ต่อมาเมืองหลวงของอาณาจักรเมืองมาวได้ย้ายจากเจ้ล้าน ไปยังเมืองก๋อง(เมืองกลอง) บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำอิรวดี ซึ่งเชื่อกันว่าเพื่อหลบภัยจากการรุกรานของจีน ในช่วงนี้เองมีเมืองไต (ไทใหญ่) เก้าเมืองขึ้นกับเมืองก๋อง ดังนั้น อาณาจักรไทใหญ่ในช่วงนั้นจึงเรียกกันว่า "เมืองไตเก้าฮายหอ" หมายถึง "เมืองไทใหญ ่เก้าเมืองกับหอเจ้าฟ้าเก้าหอ" อันได้แก่

เมืองก๋อง (Mong Kawng) มีเมืองขึ้น 99 เมือง

เมืองมีด (Mong Mit) มีเมืองขึ้น 49 เมือง

เมืองยาง (Mong Yang) มีเมืองขึ้น 37 เมือง

เมืองอุงป่องสี่ป้อ (Hsipaw) มีเมืองขึ้น 27 เมือง

เมืองแสนหวี (Hsenwi) มีเมืองขึ้น 49 เมือง

เมืองหยองห้วย (Yawnghwe) มีเมืองขึ้น 39 เมือง

เมืองนาย ( Mong Nai ) มีเมืองขึ้น 37 เมือง

เมืองปาย (Mong Pai) มีเมืองขึ้น 39 เมือง

เมืองกาลือ (Mong Ka-lue) มีเมืองขึ้น 27 เมือง

 

ที่มา: ประวัติศาสตร์และพัฒนาการของตัวอักษรไต, 2004 จายคำเมือง

Sources: The History and Development of The Shan Scripts, 2004, Sai Kam Mong

 

Vocabulary กลุ่มคำศัพท์

ผ่าส่าไต/ภาษาไต

ถอดเสียง ความหมาย
เก้าฮายหอ Kao haai haw เก้าเมืองกับหอเจ้าฟ้าเก้าหอ, 9 states
ก๋อง kawng กลอง, drum
มีด mit มีด, dagger
ยาง,นกยาง yang นกยาง, egret
สี่ hsi สี่, four
ป้อ paw ตี, beat
แสนหวี hsenwi แสนหวี, a hundred thousand of hand of bananas
หยอง yawng ยุ้งฉาง, barn
ห้วย huay ห้วย, valley, brook
ปาย paai ชักชวน,จูงใจ Persuade, urge
เมืองนาย Mong naai เมืองหมอก, fog country
กาลือ Ka-lue ลือชาเกี่ยวกับอีกา, famous about crow
 

เจ้าฟ้า หมายถึง ผู้ปกครองระดับเมืองหรือแคว้นโดยการสืบทอดเชื้อสายทางตระกูล เจ้าฟ้าไทใหญ่เปรียบเสมือนพ่อเมืองปกครองในลักษณะพ่อปกครองลูก ในสมัยก่อนปี ค.ศ.1959 รัฐฉาน (เมิงไต) แบ่งการปกครองออกเป็น 34 หัวเมือง แต่ละหัวเมืองมีเจ้าฟ้าปกครองดูแล ซึ่งรายพระนาม 34 องค์สุดท้ายของเจ้าฟ้าไทใหญ่ ก่อนถูกบังคับมอบอำนาจ ในปี พ.ศ. 2502 มีดังนี้

รายพระนาม 34 องค์สุดท้ายเจ้าฟ้าไทใหญ่

  1. เจ้าขุนยุ้น              เจ้าฟ้าเมืองสะก่อย (Mong Sakoi)
  2. เจ้าขุนอู                     เจ้าฟ้าเมืองป๋างหมี (Mong Pang Mi)
  3. เจ้าขุนซอง                 เจ้าฟ้าเมืองโจง (Mong Jong)
  4. เจ้าขุนจี่                     เจ้าฟ้าเมืองจ๋ามกา (Mong Sam Kar)
  5. เจ้ายุ้นจิ่ง               เจ้าฟ้าเมืองหว้านเหย่น (Mong Wan Yen)
  6. เจ้าขุนอ่อง                 เจ้าฟ้าเมืองบ่อทราย (Mong Baw Hsai)
  7. เจ้าอ่องโม                 เจ้าฟ้าเมืองปาย (Mong Pai)
  8. เจ้าขุนยี่                    เจ้าฟ้าเมืองหยว่าหง่าน (Mong Ywa Ngan)
  9. เจ้าทุนจิ่ง                   เจ้าฟ้าเมืองโปยล่า (Mong Puay La)
  10. เจ้าตองส่วย               เจ้าฟ้าเมืองน้ำโค่ก/หนองหวอน (Mong Nam Khok)
  11. เจ้าเสือห่ม                 เจ้าฟ้าเมืองป๋อน (Mong Pawn)
  12. เจ้าขุนโอ้                   เจ้าฟ้าเมืองโหโปง (Mong Ho Pong)
  13. เจ้าโมจ่อ                   เจ้าฟ้าเมืองป๋างลอง (Mong Pang Lawng)
  14. เจ้าอ่อนมิ้น                 เจ้าฟ้าเมืองสี่แส่ง (Mong Si Saeng)
  15. เจ้าส่วยหมุ่ง                เจ้าฟ้าเมืองเกซี (Mong Keshi)
  16. เจ้าหมั่นฟ้า                 เจ้าฟ้าเมืองสู้ (Mong Hsu)
  17. เจ้าวุนจี่                      เจ้าฟ้าเมืองป๋างตระ (Mong Pang Dara)
  18. เจ้าหยันจีนใส่              เจ้าฟ้าเมืองโกก้าง (Mong Kokang)
  19. เจ้าส่วยจี่                    เจ้าฟ้าเมือวปั่น (Mong Pan)
  20. เจ้าอุงหม่อง                เจ้าฟ้าเมืองหนอง (Mong Nawng)
  21. เจ้าทุนเอ                    เจ้าฟ้าเมืองส่าเมืองคำ (Mong Hsamongkham)
  22. เจ้าอ่องจิ้น                  เจ้าฟ้าหมอกใหม่ (Mong Mawk Mai)
  23. เจ้ามังเล๊ก                   เจ้าฟ้าเมืองเลิน (Mong Loen)
  24. เจ้าเป้                        เจ้าฟ้ามืองนาย (Mong nai)
  25. เจ้าเสือห่ม                  เจ้าฟ้าเมืองแสนหวีใต้ (Mong South Hsenwi)
  26. เจ้าห่มฟ้า                   เจ้าฟ้าเมืองแสนหวีเหนือ (เมืองไหย๋) (Mong Yai)
  27. เจ้าจ่าแสง                  เจ้าฟ้าเมืองสี่ป้อ (Mong Hsi Paw)
  28. เจ้าขุนปานจิ่ง              เจ้าฟ้าเมืองน้ำสั่น (Mong Nam San)
  29. เจ้าหนุ่ม                     เจ้าฟ้าเมืองลายข้า (Mong Lai Kha)
  30. เจ้าขุนจี่                     เจ้าฟ้าเมืองกึ๋ง (Mong Kung)
  31. เจ้าคำเซิก (เจ้าส่วยไต้) เจ้าฟ้าเมืองหยองห้วย (Mong Yawnghwe)
  32. เจ้าขุนเขียว                เจ้าฟ้าเมืองมีด (Mong Mit)
  33. เจ้าจายโหลง           เจ้าฟ้าเมืองเชียงตุง (Mong Keng Tung)
  34. เจ้าขุนส่า                   เจ้าฟ้าเมืองลอกจอก (Mng Lawk Sawk)

  

ครูหมอลิ่กไต Tai Writers or Poets

posted on 05 Jun 2009 08:37 by taimusic  in Biography

Sao Dhamma Tinna

 

Sao Dhamma  Tinna (1541-1640)

เจ้าธัมมะทินนะ

Name at birth: Sai Kham Tuen

Other name: Sao Khing Long, Khing Long Hsai Harng 

Father’s name: Loong Dham Oo 

Mother’s name: Pa Dham Khawt 

Vital Stats  

Birth: A.D.1541 (Loen 12 maue 9 kham, Satuary 903), B.E. 2048 

Birthplace: Wan Kharng Se Huk,  Moeng Ting, Yunnan

Death: A.D.1640  ( Loen hok Lawng 9 kham, 1002), B.E. 2147

Best Known As: Shan writer or poet, the famed author of  “Sutta Nippanna mawn dham”  & etc,.


 
Sao Pannya Bhoga
 

Sao Pannya Phawga (1892-1971)

เจ้าโต๋นครูหลวงปัญญาโภคะ
มหาสังฆปรินายกแห่งรัฐไต

 

Name at birth: Sai Parn Zing

Other name: Sao Ton Khu Long

Father’s name: Loong Yawt Kham

Mother’s name: Nang Kham

 

Vital Stats

Birth: March 1892 (1254 Loen 4 Lawng 1 kham)

Birthplace: Wan Pa Kae, Moeng Kharng District, Moeng Su, Shan State

Death: 1971 (Lurn 11 Lawng 15 kham, 1333  )

Best Known As: มหาสังฆปรินายกแห่งรัฐไต (2435-2514) The head of Sangkha of Shan State

 
Sao Garng Hso

Sao Garng Hso (1787-1881)

 เจ้ากางเสือ

 

Name at birth: Hsai Hsa a.k.a. Lai Hsaue

Other name: Sao Hsu Ma Na (novice and monk name), Sao Sara Garng Hso, Sa-re Lai Hsaue, Sa-re Paw Gu

Father’s name: Pu Loi

Mother’s name: Nai Sarng

 

Vital Stats

Birth: A.D.1787 (Loen 12 maue 1 kham, 1149 Friday), B.E. 2329

Birthplace: Wan Na Keng, Weng Lao district, Keng Tawng Moeng Nai, Shan State

Death: November 11, 1881 (1243 Loen 12  Lawng 6 kham ), B.E. 2423

Best Known As: Shan writer or poet, the famed author of  “Lang ga sip huo” “Ai zawk Laen Long” etc,.

 Sao Moeng Nawng

 

Sao Moeng Nawng a.k.a. Amatlong Moeng Nawng (1854 - 1905)

เจ้าอำมาตย์หลวง  เมืองหนอง

 

Name at birth: Hsa Awng 

Other name: HSaw Pinna (novice name), Amatlong Moeng Nawng 

Father’s name: Loong Marn Zi 

Mother’s name: Pa marn Zi 

Vital Stats 

Birth: A.D.1854 (Loen 12 Maue 4 kham, 1216), B.E. 2397 

Birthplace: Wan Pang Song Yao, Moeng Nawng, Shan State 

Death: September 16, 1905, B.E. 2448 

Best Known As: : Shan writer of poet, the famed author of “ Mahawsahta Jakatas” (the fifth of the Ten Great Jakatas)

 

 
Sao aw Li 
 

Sao Kaw Li Moeng Pan (1822-A.D. 1895)

เจ้ากอหลี่ เมืองปั่น

 

Name at birth: Ga Kham a.k.a. Sai Lek

Other name: Kaw Li Ya (novice name), Sa-re Kaw Li, Sa-re Moeng Pan, Sa-re Lam, 

                   Sao Moeng Pan

Father’s name: Loong Jawng Noom

Mother’s name: Pa Jawng Hseng

Vital Stats

Birth: 1822 (Loen 12 Lawng 9 kham, 1184), B.E. 2365

Birthplace: Wan Nawng Khao Lam, Moeng Pan, Shan State

Death: 1895 (Loen 12 Maue 13 kham, 1257), B.E. 2365

Best Known As: Shan writer or poet, the famed author of “teaching Philosophy to people”

 

Saop Naw Kham

 

Sao Naw  Kham  (1855 -1894)

เจ้าหน่อคำ เมืองกึ๋ง 

Name at birth: Sai Htun la

Other name: Nanti Sara (novice name)

Father’s name: Loong Khun Sarng Pingnya (Heng Pingnya)

Mother’s name: Pa Nang Kham Kha

 

Vital Stats

Birth: 1855 (Loen 11 maue 7 kham, 1218  Staudary) B.E. 2398

Birthplace: Wan Pawk Tarn Loi, Moeng Nim, Kaesiwansarm

Death: September 21, 1894, B.E. 2437

Best Known As: Shan writer or poet, the famed author of “Zinatta Pagasani”(History of Buddha), “Love Letter” & etc,.

 

 

 

Sao Baw Ra Kae

 

Sao Baw Ra Kae (1890-1948)

เจ้าวอระแคะ  

Name at birth: la tin

Other name: Sao Sa-re Baw Rakae

Father’s name: Loong Phit

Mother’s name: Pa Nang Yen

Vital Stats

Birth: A.D.1890 (Loen 12 maue 8 kham, 1149 Friday), B.E. 2433

Birthplace: Pawk Nantawun, Yawnghwe, Northern Shan State

Death: 1948, B.E. 2491

Best Known As: Shan writer or poet, the famed author of “Lik Sao Marn That” “Poeng Manggala” etc.

 

  

  Nang Kham Gu
 

 

Sao Nang Kham Gu (1853 -1917) 

เจ้านางคำกู่  

Name at birth: Nang Kham Gu

Father’s name: Sao Garng Hso

Mother’s name: Nang Hseng Sway

 

Vital Stats

Birth: 7 November 1853 (Loen 12 maue 7 kham, 1215)

Birthplace: Warn Gaeng Weng Lao, Moeng Nai, Shan State

Death: 21 January 1917 (Loen Hsarm Maue 7 kham, 1279)

Best Known As: Shan woman writer or poetess, the famed author of “Khun Hsarm Law  Nang Oo Pem” & etc.

------------------------------
 

Vocabulary กลุ่มคำศัพท์

 

ผ่าส่าไต/ภาษาไต

ถอดเสียง

ความหมาย

เปิ๋งหมายหล่ำล่อง

poeng maai lam lawng

สถิติสำคัญ Vital Stats

ปื๊นโต๋/ปื๊นตั๋ว

Puen tou

ชีวประวัติ

ครูหมอ/คูหมอ

khumaw

นักแต่งบทประพันธ์/นักกวิ

Writer or Poet  

จื้อเม่อเกิด

tsue moe koet

ชื่อเมื่อเกิด Name at birth

 

จื้อต่างเม็ว

tsue taang mew

ชื่ออื่น Other name

 

จื้อป้อ/อู้

tsue paw/u

ชื่อบิดา Father’s name

 

จื้อแม่

 

tsue mae

ชื่อมารดา Mother’s name

เกิด

koet

เกิด Birth

ตี้เกิด/อ้องเกิด

ti koet/awawg koet

สถานที่เกิด Birthplace

 

เส้งก่าม/ต๋าย

tseng kaam/taai

เสียชีวิต Death

 

มีจื้อเส็ง

mee tsue tseng

มีชื่อเสียง Best Known As

 

 
 
ความหมายของคำว่า ครูหมอในภาษาไต หรือไทใหญ่ อาจเปรียบเทียบกับภาษาไทยได้ว่า หมายถึงนักปราชญ์ผู้ที่รอบรู้ มีความชำนาญในศิลปะ วิชาการต่าง ๆ จนสามารถนำมาถ่ายทอด อบรม สั่งสอนให้ลูกหลานและเป็นตำรับตำราไว้ให้แก่อนุชนรุ่นหลังได้ บุคคลเช่นนั้น เรียกว่า เจ้าครูหมอ

 

ครูหมอไต เป็นคำเรียกครูอาจารย์ หรือผู้มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญในการคิดต้น ภูมิปัญญา ปรัชญา คำสอนที่เป็นประโยชน์แก่คนทั่วไป

วันครูหมอลิ่กไต หรือ วันยกย่องครูหมอไต (วันไว้ครู) หรือเชิดชู ครูบาอาจารย์ซึ่งเป็นนักประพันธ์ หรือนักกวี ที่มีชื่อเสียงทั้งหลายของชาวไต ที่ได้ล้วงลับไปแล้ว เพื่อจะได้รำลึกถึงบุญคุณท่านเหล่านั้น ที่ได้ประพันธ์ ศิลปวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ความรู้เรื่องราวต่างๆไว้ไห้กับลูกหลานได้ศึกษาหาความรู้ อีกทั้งจะได้รักษาไว้มิไห้สาบสูญ

 

ความเป็นมาวันครูหมอลิ่กไต

วันที่ อนุมัติ

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.. 2511 (.. 1968)

วันที่หนึ่ง (แรมหนึ่งค่ำ) เดือนหก จุลศักราช 1330

สถานที่ ที่ทำการ ปี่ฎะก้าด” (พระไตรปิฏ) คณะกรรมการกลางอนุรักษ์วรรณคดี และวัฒนธรรมไต เมืองต่องจี (ต้นตี), เมืองหลวงของ รัฐฉาน (เมืองไต)

อนุมัติว่า วันที่หนึ่ง (ขึ้นหนึ่งค่ำ) เดือนสิบสอง ของทุกๆปี เป็นวัน ครูหมอลิ่กไต

อนุมัติโดย

คณะกรรมการกลางอนุรักษ์วรรณคดี และวัฒนธรรมไต แห่งรัฐฉาน (เมืองไต)

เหตุผลที่ได้คัดเลือก วันที่หนึ่ง (ขึ้นหนึ่งค่ำ) เดือนสิบสอง

ในบรรดานักประพันธ์ นักกวี หรือ ครูหมอลิ่กไตของชาวไต ที่มีชื่อเสียง ที่ถึงแก่อนิจกรรมไปแล้วนั้น เท่าที่ค้นพบหาหลักฐานได้ เป็นบุคคลสำคัญ รุ่นหลัง (ประมาณ 500 ปีหลัง) เท่านั้น ได้แก่

1.      เจ้าธรรมะติ่นนะ ( .. 2085-2184)

2.      เจ้ากางเสอ  ( .. 2331-2425)

3.      เจ้ากอหลี่  ( .. 2391-2454)

4.      นางคำกู่  ( .. 2397-2461)

5.      เจ้าหน่อคำ  ( .. 2400-2439)

6.      เจ้าอมาตย์หลวง เมืองหนอง  (.. 2398-2449)

7.      เจ้าวอระแคะ  ( .. 2433-2491)

8.      เจ้าปัญญาโภคะ  ( .. 2435-2514)

 

ในบรรดา (8) ท่านนี้ (6) ท่านแรก เป็นบุคคลที่ได้รับคัดเลือกก่อน เป็นครั้งแรก ส่วน (2) ท่านหลังได้รับคัดเลือกเพิ่มเดิมภายหลัง ใน(6) ท่านแรกนั้น ยกเว้น เจ้าหน่อคำ ที่เหลือ (5) ท่าน บังเอิญเป็นบุคคลที่เกิดใน เดือนสิบสองทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจึงได้คัดเลือกเอา เดือนสิบสองเป็นเดือนของ ครูหมอลี่กไต

 

 

สาเหตุที่ได้คัดเลือกเอา วันที่หนึ่ง(ขึ้นหนึ่งค่ำ)  ก็เพราะว่า ในบรรดา (6) ท่านแรกนั้น เจ้ากางเสือ เป็นบุคคล ที่มีผลงานที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไตมากที่สุดเท่าที่ค้นพบ ในผลงานของท่านนั้น จะมีทั้งบทประพันธ์ และบทกวี ด้านวรรณกรรม วรรณคดีของท่านมากมาย อย่างเช่น เกี่ยวกับบทคำสอนต่างๆ, หนังสือเกี่ยวกับ โหราศาสตร์ , พุทธประวัติ, นิทานคำกลอน, บทละคร, เพลงยาว, บทประพันธ์ เกี่ยวกับสร้างความกล้าหาญ, พิชัยสงคราม, ด้านประวัติศาสตร์ไตเป็นต้น เท่าที่ค้นพบผลงานของท่านมีถึงเกือบ (200) เรื่องที่เดียว ผู้รู้บางท่านกล่าวว่ามีถึง (405)เรื่องก็มี เพราะฉะนั้น จึงได้คัดเลือกเอา วันที่หนึ่ง(ขึ้นหนึ่งค่ำ) เดือนสิบสอง ซึ่งเป็นวันเกิดของท่านเป็น วันครูหมอลิ่กไต   พี่น้องชาวไตทุกหนแห่งจึงได้จัดงานทำบุญรำลึกถึง คุณงามความดี ของ เจ้าครูหมอลิ่กไตเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

 

จุดมุ่งหมาย

วันครูหมอลิ่กไต เป็นวันที่ชนชาติไตได้เสาะแสวงหา ครูหมอ ผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญ ในความรู้สาขาต่างๆ เพื่อนำมาเชิดชูยกย่อง ให้ปรากฏ ให้เห็นกันทั่วหน้า สำหรับครูหมอผู้ล่วงลับไปแล้วนั้นก็ได้รับการทำบุญกุศลอุทิศส่วนบุญให้ มีการทำทานให้ เช่นการสร้าง สะพาน ศาลา  ถนน ทางเดิน โรงพยาบาล เป็นต้น โดยมีการเขียนชื่อครูหมอลิ่กไตกำกับไว้  สำหรับครูหมอที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จะได้ให้ท่านเป็นที่รู้จักกันทั่ว เชิญท่านมารับการปรนนิบัติ เชิดชูยกย่อง ให้ปรากฏแก่ท่านทั้งหลาย การกระทำดังกล่าว เป็นภาระหน้าที่ ของชาวไตทุกคน และเพื่อไม่ให้ ความรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม อันดีงามต่างๆ ที่มีมาครั้งดั้งเดิมนั้นสูญหายไป ตรงกันข้าม ควรให้มีการฟื้นฟู ปรับปรุง ดำรงรักษา สืบทอดแพร่ขยาย ให้แก่อนุชนรุ่นหลัง ให้ได้เรียนรู้กัน ประเพณีงานเชิดชูเจ้าครูหมอลิ่กไตจึงได้ถูกจัดขึ้นกัน ในวันที่หนึ่ง(ขึ้นหนึ่งค่ำ) เดือนสิบสอง ของทุกๆปี ตามหัวเมืองใหญ่ต่างๆทั่วรัฐฉาน

 

สำหรับงานประเพณีครูหมอลิ่กไต ในประเทศไทยนั้น ได้จัดขึ้นทุกปีที่ บ้านใหม่หมอกจ๋าม ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวไต หมู่บ้านดังกล่าว เดิมได้จัดงาน "ปอยครูหมอลิ่กไต" ตามหัวเมืองใหญ่ต่างๆในรัฐฉาน แต่หลังจากปี 2522 เป็นต้นมาได้ย้ายมาจัดฉลองให้ตรงกับวันมาฆบูชา (วันขึ้น 15 ค่ำเดือนสาม)ของทุกๆปี เพื่อความสะดวกแก่พีืน้องชาวไต ในประเทศไทย

 

 

  Haw Khumaw Tai

หอครูหมอไต(ไทใหญ่)

    เป็นที่รวบรวมคัมภีร์ และตำราต่าง ๆ ของชาวไทยใหญ่ มีลักษะคล้าย ๆ พิพิธภัณฑ์และหอสมุด                                 ณ บ้านใหม๋หมอกจ๋าม ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

 

 

 ดูรูปภาพเจ้าครูหมอลิ่กไต

 

 

  Khun Hsarm Law & Namg Oo Pem

Khun Hsam Law & Nang Oo Pem: the Tai legend of Romeo & Juliet

นานมาแล้ว ณ เมืองเชียงตอง(เก็งตอง) รัฐฉานมีเศรษฐีสามีภรรยาคู่หนึ่ง สามีชื่อ นายลุงติ่งนะ ส่วนภรรยาชื่อนางกั่นทะก่านโหย่ง ทั้งสองแต่งงานกันมาหลายปีจึงมีบุตรชายคนแรกและคนเดียวชื่อ "ขุนสามลอ" เมื่อเติบใหญ่กลายเป็นหนุ่มรูปงามที่สาวน้อยสาวใหญ่พากันหลงรัก แต่มีหญิงสาวอยู่คนหนึ่งชื่อ "นางอูแปม" ที่แม่ของขุนสามลออยากได้เป็นลูกสะใภ้ แต่บุตรชายกลับไม่เคยสนใจหญิงใดเลย เมื่อถูกแม่รบเร้าให้แต่งงานกับนางอูแปมบ่อยเข้า ขุนสามลอจึงหาทางหลบเลี่ยงด้วยการเดินทางไปค้าขายทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐฉาน ระหว่างทางเขาได้แวะพักที่เมืองกึ๋ง และที่นี่เองที่ทำให้ขุนสามลอพบรักกับนางอูเป่ม สาวงามที่สุดของเมืองนี้


หลังจากพบรักกันไม่นาน ทั้งคู่ก็ตัดสินใจร่วมหอลงโรงไม่นานนักนางอูเป่มก็ตั้งท้องได้ 4 เดือน ขุนสามลอจึงพาเมียรักกลับไปยังบ้านเกิด เมื่อทั้งสองกลับไปถึงนางกั่นทะก่านโหย่งผู้เป็นแม่ไม่พอใจอย่างมาก ที่ขุนสามลอแอบหนีไปแต่งงานกับสาวอื่นที่ไม่ใช่นางอูแปม คู่หมั้นคู่หมายที่นางกั่นทะโหย่งหาให้ แม่ผัวจึงไม่ชอบหน้าลูกสะใภ้เป็นอย่างมากและหาทางกลั้นแกล้งต่างๆ นานาในช่วงที่ขุนสามลอออกไปค้าขายต่างเมือง


วันหนึ่ง ฝ่ายแม่ผัวออกอุบายให้ลูกสะใภ้ออกไปเดินเล่นน้ำ ที่ท่าน้ำ ระหว่างนั้นแอบทำกับดักโดยซ่อนของมีคมไว้ใต้บันไดที่แกล้งทำให้ชำรุดไว้ เมื่อนางอูเป่มกลับมาจากท่าน้ำและขึ้นบันได นางจึงเสียหลักล้มลงใส่กับดักจนแท้งลูก นางรู้ดีว่าเป็นฝีมือแม่สามีจึงหนีกลับบ้านเกิดที่เมืองกึ๋งทันที  นางอูเป่มนำศพของลูกไปวางไว้ที่ตอไม้แห่งหนึ่งและกล่าวว่า 


"ไม่ว่าพ่อของลูกจะอยู่ที่ไหน ลูกจงตามหาพ่อของเจ้า"

ไม่นานนักทารกน้อยนั้นก็กลายร่างเป็นนกแล้วส่งเสียงเรียก "ต้องลอ ต้องลอ" (คนไทใหญ่ตั้งชื่อนกชนิดนี้ว่า "นกต้องลอ" โดยเชื่อว่าเสียงร้อง "ต้องลอ" เป็นเสียงเรียกหาพ่อตามตำนานเรื่องขุนสามลอ)  


เมื่อ นางอูเป่มกลับมาถึงเมืองกึ๋งก็ได้เสียชีวิตในอ้อมกอดพ่อแม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ขุนสามลอกลับมาจากการค้าขาย เมื่อไม่พบ เมียรักจึงออกเดินทางไปตามหานางที่เมืองกึ่ง ระหว่างทางพบ นกต้องลอส่งเสียงร้องเหมือนกับเรียกหาพ่อ เมื่อได้มาถึงเมืองกึ๋งจึงได้รู้ว่านางอูเป่มได้เสียชีวิตแล้ว ขุนสามลอจึงใช้ดาบแทงตัวตายตามเมียรักไป


ระหว่างจัดพิธีงานศพ ของทั้งคู่ นางกั่นทะก่านโหย่งได้นำไม้ไผ่สามปล้องมากั้นกลางหลุมศพของทั้งสอง เพื่อขัดขวางไม่ให้พบรักกันอีกในชาติหน้า ความเชื่อดังกล่าวจึงเป็นที่มาของความเชื่อเรื่องดวงดาวของชาวไทใหญ่ที่ว่า หากมองเห็นดวงดาวสองดวงอยู่ตรงข้ามกันและมีกลุ่มดาวเล็กๆสามดวงเรียงตัวกัน กั้นกลางดวงดาวคู่นั้น นั่นหมายถึงไม้ไผ่ที่นางกั่นทะโหย่งนำไปกั้นศพของทั้งคู่เอาไว้


นอก จากนี้ยังมีเรื่องเล่าสืบขานกันต่อมาอีกว่า ก่อนที่นางอูเป่ม จะตายได้อธิฐานไว้ว่า อย่าให้หญิงสาวเมืองกึ๋งมีรูปร่างหน้าตาสวยงาม เพราะไม่อยากให้ประสบพบเจอเหมือนตน ซึ่งยังไม่มีใครยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่ แต่สำหรับตำนานรักเรื่องนี้ชาวไทใหญ่เชื่อกันว่าเป็นเรื่องจริง เพราะมีชื่อเมืองต่างๆ ที่ปรากฏอยู่จริงในรัฐฉาน และเป็นตำนานที่โด่งดังมากจนนักร้องไทใหญ่นำไปแต่งเป็นเพลงช่วยผลิตซ้ำ ตำนานนี้ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนรุ่นใหม่มาจนถึงวันนี้

 

ที่มา.....สาละวินโพสต์

ฟังเพลงขุนสามลอนางอูเป่มได้ที่นี้

 

(นักร้องหญิง)

  1. นางคำน้อง
  2. นางคำขิ่น
  3. นางเขียวยุ่มวัน
  4. นางหมอกจ๋ามคำ
  5. นางโหมยผอง
  6. นางซาร่า
  7. นางคำแลง
  8. นางโหฺมโหฺมคำเอ
  9. นางแสงป่าง และ
  10. หญิงหญิงเคอ

 

Nang Kham Nawng

 

นางคำน้อง Namg Kham Nawng

   นักร้องหญิง ยอดนิยม อันดับ 1

 

Nang Kheo Yum Wan

 

นางเขียวยุ่มวัน Nang Kheo Yum Wan

นักร้องหญิง ยอดนิยม อันดับ 3

 

Nang Mawk Zarm Kham

 

นางหมอกจ๋ามคำ Nang Mawk Zarm Kham

นักร้องหญิง ยอดนิยม อันดับ 4
 
 
Nang Kham Leng
 

นางคำแลง Nang Kham Leng

นักร้องหญิง ยอดนิยม อันดับ 7
 
 
 Nang Mo Mo Kham Aye
 

นางโหมโหมคำเอ Nang Mo Mo Kham Aye

นักร้องหญิง ยอดนิยม อันดับ 8
 
 

(นักร้องชาย)

1.     จายสายมาว

2.     จายแสงจ๋อมฟ้า

3.     จายเจิงหาญ

4.     จายหาญแลง

5.     จายอ่องทีคำ

6.     จายสายแลง

7.     จายแสงจ๋อมมาว

8.     จายโลงติ้บ(ลวงทิพย์)

9.     จายเข็มคำ และ

10. จายเมิงติ๋ง

 

Sai Hsai Mao
  
Sai Hsai Mao จายสายมาว
นักร้องชาย ยอดนิยม อันดับ 1
 
 
 Sai Hseng Zawm Fah
 
Sai Hseng Zawm Fah จายแสงจ๋อมฟ้า
นักร้องชาย ยอดนิยม อันดับ 2
 
 
Sai Zerng Harn
 
Sai Zerng Harn จายเจิงหาญ
นักร้องชาย ยอดนิยม อันดับ 3
 
 
Sai Harn leng
 
 
Sai Harn Leng จายหาญแลง
นักร้องชาย ยอดนิยม อันดับ 4
 
 
Sai Awng Htee Kham
 
 
Sai Awng Htee Kham จายอ่องทีคำ
นักร้องชาย ยอดนิยม อันดับ 5
 
 
 

 

----------------

 
 
 

Recommend