Khun Hsarm Law & Namg Oo Pem

Khun Hsam Law & Nang Oo Pem: the Tai legend of Romeo & Juliet

นานมาแล้ว ณ เมืองเชียงตอง(เก็งตอง) รัฐฉานมีเศรษฐีสามีภรรยาคู่หนึ่ง สามีชื่อ นายลุงติ่งนะ ส่วนภรรยาชื่อนางกั่นทะก่านโหย่ง ทั้งสองแต่งงานกันมาหลายปีจึงมีบุตรชายคนแรกและคนเดียวชื่อ "ขุนสามลอ" เมื่อเติบใหญ่กลายเป็นหนุ่มรูปงามที่สาวน้อยสาวใหญ่พากันหลงรัก แต่มีหญิงสาวอยู่คนหนึ่งชื่อ "นางอูแปม" ที่แม่ของขุนสามลออยากได้เป็นลูกสะใภ้ แต่บุตรชายกลับไม่เคยสนใจหญิงใดเลย เมื่อถูกแม่รบเร้าให้แต่งงานกับนางอูแปมบ่อยเข้า ขุนสามลอจึงหาทางหลบเลี่ยงด้วยการเดินทางไปค้าขายทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐฉาน ระหว่างทางเขาได้แวะพักที่เมืองกึ๋ง และที่นี่เองที่ทำให้ขุนสามลอพบรักกับนางอูเป่ม สาวงามที่สุดของเมืองนี้


หลังจากพบรักกันไม่นาน ทั้งคู่ก็ตัดสินใจร่วมหอลงโรงไม่นานนักนางอูเป่มก็ตั้งท้องได้ 4 เดือน ขุนสามลอจึงพาเมียรักกลับไปยังบ้านเกิด เมื่อทั้งสองกลับไปถึงนางกั่นทะก่านโหย่งผู้เป็นแม่ไม่พอใจอย่างมาก ที่ขุนสามลอแอบหนีไปแต่งงานกับสาวอื่นที่ไม่ใช่นางอูแปม คู่หมั้นคู่หมายที่นางกั่นทะโหย่งหาให้ แม่ผัวจึงไม่ชอบหน้าลูกสะใภ้เป็นอย่างมากและหาทางกลั้นแกล้งต่างๆ นานาในช่วงที่ขุนสามลอออกไปค้าขายต่างเมือง


วันหนึ่ง ฝ่ายแม่ผัวออกอุบายให้ลูกสะใภ้ออกไปเดินเล่นน้ำ ที่ท่าน้ำ ระหว่างนั้นแอบทำกับดักโดยซ่อนของมีคมไว้ใต้บันไดที่แกล้งทำให้ชำรุดไว้ เมื่อนางอูเป่มกลับมาจากท่าน้ำและขึ้นบันได นางจึงเสียหลักล้มลงใส่กับดักจนแท้งลูก นางรู้ดีว่าเป็นฝีมือแม่สามีจึงหนีกลับบ้านเกิดที่เมืองกึ๋งทันที  นางอูเป่มนำศพของลูกไปวางไว้ที่ตอไม้แห่งหนึ่งและกล่าวว่า 


"ไม่ว่าพ่อของลูกจะอยู่ที่ไหน ลูกจงตามหาพ่อของเจ้า"

ไม่นานนักทารกน้อยนั้นก็กลายร่างเป็นนกแล้วส่งเสียงเรียก "ต้องลอ ต้องลอ" (คนไทใหญ่ตั้งชื่อนกชนิดนี้ว่า "นกต้องลอ" โดยเชื่อว่าเสียงร้อง "ต้องลอ" เป็นเสียงเรียกหาพ่อตามตำนานเรื่องขุนสามลอ)  


เมื่อ นางอูเป่มกลับมาถึงเมืองกึ๋งก็ได้เสียชีวิตในอ้อมกอดพ่อแม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ขุนสามลอกลับมาจากการค้าขาย เมื่อไม่พบ เมียรักจึงออกเดินทางไปตามหานางที่เมืองกึ่ง ระหว่างทางพบ นกต้องลอส่งเสียงร้องเหมือนกับเรียกหาพ่อ เมื่อได้มาถึงเมืองกึ๋งจึงได้รู้ว่านางอูเป่มได้เสียชีวิตแล้ว ขุนสามลอจึงใช้ดาบแทงตัวตายตามเมียรักไป


ระหว่างจัดพิธีงานศพ ของทั้งคู่ นางกั่นทะก่านโหย่งได้นำไม้ไผ่สามปล้องมากั้นกลางหลุมศพของทั้งสอง เพื่อขัดขวางไม่ให้พบรักกันอีกในชาติหน้า ความเชื่อดังกล่าวจึงเป็นที่มาของความเชื่อเรื่องดวงดาวของชาวไทใหญ่ที่ว่า หากมองเห็นดวงดาวสองดวงอยู่ตรงข้ามกันและมีกลุ่มดาวเล็กๆสามดวงเรียงตัวกัน กั้นกลางดวงดาวคู่นั้น นั่นหมายถึงไม้ไผ่ที่นางกั่นทะโหย่งนำไปกั้นศพของทั้งคู่เอาไว้


นอก จากนี้ยังมีเรื่องเล่าสืบขานกันต่อมาอีกว่า ก่อนที่นางอูเป่ม จะตายได้อธิฐานไว้ว่า อย่าให้หญิงสาวเมืองกึ๋งมีรูปร่างหน้าตาสวยงาม เพราะไม่อยากให้ประสบพบเจอเหมือนตน ซึ่งยังไม่มีใครยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่ แต่สำหรับตำนานรักเรื่องนี้ชาวไทใหญ่เชื่อกันว่าเป็นเรื่องจริง เพราะมีชื่อเมืองต่างๆ ที่ปรากฏอยู่จริงในรัฐฉาน และเป็นตำนานที่โด่งดังมากจนนักร้องไทใหญ่นำไปแต่งเป็นเพลงช่วยผลิตซ้ำ ตำนานนี้ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนรุ่นใหม่มาจนถึงวันนี้

 

ที่มา.....สาละวินโพสต์

ฟังเพลงขุนสามลอนางอูเป่มได้ที่นี้

 

Comment

Comment:

Tweet

I like this story.big smile

#5 By xingyu (103.7.57.18|49.125.119.53) on 2012-10-18 22:17

ขอบคุณนร้าคะสำหลับเว็บดีๆแบบนี้ น้องก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นคนไทใหญ่เหมือนกัน
แต่เสียดายที่ไม่มีฟ้อนไทยใหญ่อ่ะค่ะไม่งั้นคงได้พิมพ์คุยกันแล้ว

#4 By น้องแนน (118.172.124.158) on 2011-06-24 13:53

#3 By (61.90.95.135) on 2010-09-26 17:26

เคยใด้ยินอยู่ค่ะ ตอนเด็กๆแม่กะยายชอบเล่าให้ฟัง ฟังแล้วรู้สึกชอบมามาก

#2 By นางนวล (119.42.64.52) on 2010-08-27 01:13

ผมเคยฟังเรื่องเล่านี้มาตั้งแต่เด็กเลย ผมเองเป็นคนไต(เมืองตุม)

#1 By จายจ๋จอมจิ่ง (202.28.45.20) on 2009-09-01 00:51

Recommend